แต่ในรูปแบบนี้ภาครัฐก็จะได้รายได้จากค่าธรรมเนียมและภาษีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องสูงที่สุด เพราะแม้ว่าจำนวนคาสิโนจะเกิดขึ้นไม่มากเท่ากับรูปแบบแรก แต่ในรูปแบบนี้ ธุรกิจ และอาจจะรวมถึงผู้ที่ชนะพนันจะต้องเสียค่าใบอนุญาต และภาษีต่างๆ อีกทั้งภาครัฐยังจะได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมในรูปแบบของภาษีจากธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับประโยชน์จากการเปิดคาสิโนไปด้วย เช่น ธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร เป็นต้น ขณะที่ประเทศอื่นๆ มีอัตราภาษีคาสิโนสูงกว่า อาทิ มาเก๊า 40%, ญี่ปุ่น 30% หรือสิงคโปร์ที่อยู่ระหว่าง 18-22% เมื่อรวมเข้ากับความสามารถในการแข่งขันทางด้านการท่องเที่ยวแล้ว คาสิโนในไทยจึงยิ่งมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนมากขึ้นด้วย แต่ นายธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน แสดงความเห็นในเวทีเสวนาที่จัดขึ้นเมื่อปลายปี 2565 ว่า การทำให้พนันออนไลน์ถูกกฎหมาย “เป็นเรื่องอันตราย” และประเทศอื่นที่พนันถูกกฎหมายในภูมิภาคอาเซียน ส่วนใหญ่ก็ไม่ทำให้พนันออนไลน์ถูกกฎหมาย ยกเว้น ฟิลิปปินส์ ที่กำลังเป็นที่พูดถึงคือ การเสนอให้บ่อนกาสิโนถูกกฎหมายทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านการจัดทำร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อนุญาตให้การพนันออนไลน์ หรือธุรกิจเกมมิง ดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมาย พร้อมให้กระทรวงมหาดไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร ยังได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยวิทยาลัยการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พบว่า ประชาชน 80.67% สนับสนุนให้เปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรในประเทศไทย และ 36.38% สนับสนุนให้มีกาสิโนถูกกฎหมาย ขณะที่ 56.13% มองว่า กทม. สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือ Entertainment Complex ซึ่งรวมถึงบ่อนกาสิโนถูกกฎหมาย ภายหลังคณะกรรมาธิการฯ ดำเนินการศึกษามานานกว่า 1 ปี แต่สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คือ สมควรหรือไม่ที่จะทำให้การพนันออนไลน์ถูกฎหมาย
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความหัวข้อ „หยุดมอมเมาประชาชนทุกรูปแบบ” โดยระบุรายละเอียดว่าในขณะ จุลพันธ์ระบุว่า หลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนการปรับร่างฯ UFABET ตามข้อเสนอแนะที่ได้รับ และหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อนที่จะส่งไปพิจารณาในชั้นคณะรัฐมนตรี สำหรับไทยยังต้องจับตาว่า นับจากนี้ทิศทางของ กาสิโน ภายใต้การผลักดันกลุ่มธุรกิจการเมืองที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังจะหนุนช่วยให้โครง การดังกล่าวเดินหน้าต่อได้หรือไม่ ท่ามกลางเสียงคัดค้าน ด้วยเกรงภัยอำพรางจากกาสิโนที่กำลังจะรุกคืบเข้ามา
ซีเอ็นบีซีรายงานว่าหนึ่งในสิ่งที่ต้องจับตามองนับจากนี้ก็คือพิกัดที่จะมีคาสิโนในไทย ที่ปัจจุบันรัฐบาลไทยยังไม่ได้ชี้แจงในทางรายละเอียด แต่นักวิเคราะห์ต่างคาดเดาว่าคงจะไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ใจกลางของกรุงเทพฯ ผลวิจัยของธนาคารเพื่อการลงทุน Maybank คาดการณ์ว่าธุรกิจคาสิโนในไทยสามารถสร้างรายได้ 187,000 ล้านบาท คิดเป็น 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี “(การพนัน) มันไม่ใช่แค่ประเทศใดประเทศหนึ่ง มันอยู่กับสังคมมนุษย์ เราก็ต้องแสวงหาวิธีการจัดการที่ดีที่สุดว่าทำอย่างไรที่เราจะจัดการเรื่องนี้ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง และเกิดผลประโยชน์ทางบวกมากที่สุด มันไม่มีทางที่จะเป็นบวกหมด มันก็มีบวกบ้างลบบ้าง ฉะนั้นอะไรที่เป็นลบเราก็ต้องไปดูว่าจะกำกับดูแลบรรเทามันอย่างไร” อนุสรณ์กล่าว „เป็นการพัฒนาและสร้างโอกาสจากแหล่งการท่องเที่ยว ทั้งจากธรรมชาติและที่สร้างขึ้นเป็นแลนด์มาร์ก” แต่ไม่ได้ระบุว่า จะมีธุรกิจกาสิโนถูกกฎหมายรวมอยู่ด้วยเลย…. ส่วนข้อกังวลในเชิงสังคมนั้น นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การนำธุรกิจคาสิโนเข้าระบบจะทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นและยังสามารถนำเงินส่วนหนึ่งเข้ากองทุนเพื่อการบำบัดและเยียวยาเชิงสังคมและชุมโดยรอบ วงเงินกว่า 4-5 พันล้านบาท โดยจะต้องมีการกำกับดูแลด้วยกลไกที่เข้มงวดคล้ายกับในสิงคโปร์ อาทิ การตรวจรายได้ ตรวจภาษี เก็บค่าเข้า การสร้างรายชื่อห้ามเข้า
„เราหวังว่า (กาสิโน) จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อส่งเสริมเสน่ห์ของญี่ปุ่นไปสู่ทั่วโลก” นายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าว ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์85/1 หมู่ 2 ถ.แจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จังหวัด นนทบุรี 11120 สัตวบาล ธุรกิจไก่พ่อ-แม่พันธุ์ครบวงจรนครราชสีมา (โรงฟักโชคชัย)
บนโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและการเอาตัวรอด จึงไม่แปลกนักหากจะเห็นเหล่าผู้คนหันไปพึ่ง ‘ทางลัด’ ในการหารายได้เข้ากระเป๋า และหากจะพูดถึงธุรกิจสายมืดที่เป็นที่นิยมสำหรับนักแสวงโชค คงหนีไม่พ้นธุรกิจ ‘คาสิโน’ ที่ถือเป็นแหล่งดึงดูดผู้คนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มองว่าทางเลือกในรูปแบบที่หนึ่ง ไม่เหมาะสมกับไทย เพราะเป็นการเปิดเสรีที่ไร้ขอบเขต ทำให้เกิดปัญหาสังคมที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งภาครัฐยังไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเปิดเสรีเพราะไม่ต้องขออนุญาต ในรูปแบบนี้ ปัญหาสังคมต่างๆ อาจจะน้อยกว่ารูปแบบแรก แต่ก็ต้องยอมรับว่าต้นทุนทางสังคมที่เกิดขึ้นมีแนวโน้มที่จะสูง และสังคมไทยต้องเผชิญกับปัญหาสังคมต่างๆ ที่มักจะเกิดขึ้นกับคาสิโน เช่น ปัญหาหนี้สิน ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม รวมไปถึงธุรกิจเทาๆ ดำๆ ที่มักจะเติบโตควบคู่กับธุรกิจการพนัน เช่น การค้าบริการ ยาเสพติด ค้ามนุษย์ ฟอกเงิน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีความเห็นไม่ตรงกันหลายฝ่าย ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นเมื่อเดือนที่แล้วพบว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแผนคาสิโน และพรรคการเมืองบางพรรคโต้แย้งว่าการสร้างอุตสาหกรรมการพนันจะทำให้ปัญหาสังคมเลวร้ายกว่าเดิม โดยร่างกฎหมายยังระบุด้วยว่า ข้อจำกัดอีกประการหนึ่งคือพื้นที่คาสิโนต้องครอบคลุมพื้นที่ไม่เกิน 10 % ของ Entertainment Complex ด้วย เฟรดริก กูชิน จาก Spectrum Gaming Group บริษัทให้คำปรึกษาที่เคยผลักดันให้อุตสาหกรรมคาสิโนในสิงคโปร์เติบโตเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากมาเก๊าและลาสเวกัส มองว่า “นักลงทุนต้องการกระบวนการที่โปร่งใสที่จะคุ้มครองการลงทุนของพวกเขาด้วยกฎกติกาที่เหมาะสม”
ญี่ปุ่นเตรียมเปิดกาสิโนแห่งแรก ปี 2572
รัฐบาลเศรษฐากำลังผลักดันให้มีคาสิโนถูกกฎหมายในไทย ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะมีการนำเสนอแนวคิดในลักษณะนี้มาแล้วหลายรอบ ความเห็นในช่วงหลังๆ จะมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยจะมองว่าเป็นกิจกรรมที่มอมเมาประชาชน ทำให้เกิดปัญหาสังคม เป็นอบายมุข หรือ หนทางไปสู่ความเสื่อม ในขณะที่ฝ่ายที่เห็นด้วย สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่ามีการเปิดบ่อนมากมายตามพื้นที่ชายแดนของประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับนักพนันชาวไทย ซึ่งทำให้เงินรั่วไหลออกไปต่างประเทศปีละเป็นหลักหมื่นล้านบาท และยังมีข่าวที่ปรากฎอยู่เสมอว่าพบบ่อนการพนันเถื่อนลักลอบเปิดแบบผิดกฎหมายที่ถูกจับได้อยู่เรื่อยๆ งานศึกษามุมมองของภาคส่วนทางสังคมต่อการเปิดคาสิโนอย่างถูกกฎหมายในประเทศไทย ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้เป็นการศึกษาการวิจัยครั้งนี้เป็นงานวิจัยแบบคุณภาพ (Qualitative Research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษามุมมองของภาคส่วนทางสังคมต่อการเปิดคาสิโนถูกกฎหมายในไทยให้เหมาะสมกับสภาพสังคมไทย และเป็นแหล่งรายใหม่ของประเทศในอนาคต ผ่านแนวคิดเกี่ยวกับการพนัน การทำคาสิโนถูกกฎหมาย โดยรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิจากเอกสารและสื่อต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม จำนวน 5 ท่าน คือ ผู้ประกอบธุรกิจ กิจการเกี่ยวกับการพนัน หรือธุรกิจคาสิโน ทั้งในและนอกประเทศ จำนวน 2 ท่านและกลุ่มข้าราชการและข้าราชการการเมือง จำนวน 3 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า มุมมองของภาคส่วนทางสังคมที่มีต่อการเปิดคาสิโนอย่างถูกกฎหมาย แบ่งได้ 2 ช่วง คือ ในช่วงปี พ.ศ. จากตัวเลขดังกล่าว พอจะทำให้เห็นว่า ‘คาสิโน’ นอกจากจะสร้างรายได้อย่างมหาศาลให้กับเจ้าของกิจการแล้ว ยังถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับภาครัฐเป็นจำนวนมากอีกด้วย ซึ่งนอกจาก 2 แห่งที่กล่าวมาข้างต้น พบว่าประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างสิงคโปร์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว หรือแม้แต่เมียนมา ก็ล้วนแล้วแต่มี ‘คาสิโน’ ถูกกฎหมายไว้รองรับนักเสี่ยงโชคด้วยกันทั้งสิ้น นั่นทำให้การเปิดคาสิโนถูกกฎหมายจะช่วยให้เม็ดเงินของนักพนันไทยไม่ไหลออกไปต่างประเทศ และในขณะเดียวกันก็เป็นการนำเอากิจกรรมบ่อนเถื่อนที่ผิดกฎหมายขึ้นมาอยู่บนดิน สร้างรายได้ให้กับภาครัฐ ทั้งในรูปแบบของค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้อง และยังช่วยลดปัญหาคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังคาดว่า ‘คาสิโนถูกกฎหมาย’ ในประเทศไทยจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และช่วยเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากถึง 17% ต่อปีเลยทีเดียว แต่ก็จะส่งผลกระทบกับประเทศเพื่อนบ้านที่ทำคาสิโนอย่างสิงคโปร์และกัมพูชาเช่นกัน “นี่คือตัวอย่างก่อนทำ ต้องศึกษารอบคอบจริงๆ สิงคโปร์ใช้เวลา 10 ปีศึกษา และใช้เวลาอีก 5ปี แต่งเนื้อแต่งตัวให้พร้อม มีหน่วยงานกำกับดูแลคาสิโน มีหน่วยงาน ดูแลผลกระทบจากคาสิโน เหล่านี้ เป็นต้น ส่วนปรเเทศเลือกทำประชามติ ญี่ปุ่นทำหลายรอบ ให้รัฐบาลท้องถิ่นเสนอ ไม่ใช่มาจากรัฐบาลกลาง ประเด็นคือ ทั้งสิงคโปร์ และญี่ปุ่นกำหนดตัวเลขจะไม่มีเยอะ ใน 20ปีแรกมีได้ 2ที่ หลังจากนั้นค่อยมาคุยกัน ญี่ปุ่นบอกว่ามี 3ที แต่พร้อมมีแค่ที่เดียวโอซาก้า หรืออีกที่ที่นางาซากิ แต่ที่ 3ไม่เอาด้วย นี่คือความรอบคอบ”
วิเคราะห์: คาสิโนถูก ก.ม. ในไทย เพิ่มรายได้ แต่ควรคำนึงถึงผลกระทบ
เบน ลี หุ้นส่วนการจัดการจากบริษัทบริหารและให้คำปรึกษา IGamiX กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า ไทยเห็นสิ่งที่สิงคโปร์และมาเก๊าได้รับจากธุรกิจคาสิโน และ “หากไทยทำให้ดี นี่อาจกระตุ้นความน่าดึงดูดในแง่การเป็นสถานที่ท่องเที่ยว” สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานความเห็นจากผู้สังเกตการณ์ในอุตสาหกรรม หลายคนมองว่าไทยมีศักยภาพที่จะเป็นคู่แข่งเบอร์ต้น ๆ ของสิงคโปร์และมาเก๊าที่ประสบความสำเร็จในเรื่องธุรกิจคาสิโนมายาวนาน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 80% เห็นด้วยกับแผนที่จะให้มีคาสิโนอยู่ในสถานบันเทิงครบวงจร นักวิเคราะห์มองกฎหมายตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ของไทยที่จะมีคาสิโนถูกกฎหมาย ซึ่งคาดว่าหากทำได้ดี ไทยจะเป็นคู่แข่งสำคัญของสิงคโปร์และมาเก๊า แต่ต้องไม่ลืมคำนึงถึงผลกระทบด้านอื่นที่อาจจะตามมา รวมทั้งคนเวียดนามที่ชอบไปเล่นการพนันในต่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม การพนันในเวียดนามถือว่าตลาดมีขนาดเล็ก และไม่อาจแข่งกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพู ชาได้ ส่วนรัฐบาลมีเป้าหมาย เพิ่มรายได้ สนับสนุนการลงทุนและแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่างกฎหมาย ยังไม่มีการประกาศพื้นที่สร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพ็กซ์ และกำหนดเวลาการก่อสร้างยังไม่ได้ประกาศออกมา
„ผมเชื่อว่าหากครม.เห็นชอบ เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์จะสามารถผลักดันให้เป็นกฎหมายได้ภายใน 4 ปี ทันการทำงานของรัฐบาลเพื่อไทย” นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) เปิดเผยว่า รายงานการศึกษาเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ได้ผ่านการรับรองสภาผู้แทนราษฎรด้วยมติเป็นเอกฉันท์ โดยรายงานฉบับนี้พร้อมข้อสังเกตของกมธ. 2564 ตลาด ‘คาสิโน’ ใน ‘สหรัฐอเมริกา’ มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 70.1 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสหรัฐฯ ถือเป็นแนวหน้าในธุรกิจ ‘คาสิโน’ โดยมี ‘ลาสเวกัส’ เป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักสำหรับผู้เล่น ‘คาสิโน’ จากทั่วโลก รูปแบบที่สอง คือ การเปิดแบบต้องมีการขอใบอนุญาต และภาครัฐมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ของการเปิดเสรีคาสิโนในแง่ของการลดการรั่วไหลของเงินที่ไปบ่อนต่างประเทศ และการนำเอาธุรกิจใต้ดินขึ้นมาบนดิน
- วิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร สภาผู้แทนราษฎร สนับสนุนการตั้งสถานบันเทิงแบบครบวงจร ระบุในรายงานถึงสถานที่ก่อสร้างที่จะเสนอต่อสภาฯ มี 3 พื้นที่ด้วยกัน คือ
- รอยเตอร์รายงานในวันพฤหัสบดีว่ารัฐบาลไทยตัดสินใจเดินหน้าทำข้อเสนอจัดตั้งคาสิโนถูกกฎหมายภายในธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หลังเสร็จสิ้นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่มีขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม
- นายธนากร กล่าวอีกว่า รายงานของกมธ.ชุดแรก บอกว่าประเทศไทย ควรมีเอ็นเตอร์เม้นท์ฯ หลายที่ และมีได้หลายขนาด จะอลังการงานสร้างระดับ เอ็กซ์แอล ลงทุนหลายแสนล้าน แต่จะเป็นระดับ แอลก็ได้ ซึ่งรายงานการศึกษากมธ.มีผลแน่เพราะถือว่าเป็นงานวิจัยของฝ่ายการเมือง รายงาน กมธ.
- ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มองว่าทางเลือกในรูปแบบที่หนึ่ง ไม่เหมาะสมกับไทย เพราะเป็นการเปิดเสรีที่ไร้ขอบเขต ทำให้เกิดปัญหาสังคมที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งภาครัฐยังไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการเปิดเสรีเพราะไม่ต้องขออนุญาต
Nikkei Asia อ้างบทวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป ประเมินว่า ไทยจะกลายเป็นศูนย์ กลางการพนันใหญ่ อันดับ 3 ของโลก รองจากมาเก๊า และลาสเวกัส เนื่องจากมีคนไทยชอบเล่นการพนัน และรัฐบาลกำลังหาทางกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศแม้จะมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่ดี ก็คงต้องรอลุ้นกันต่อไปว่าท้ายที่สุดแล้ว ประเทศไทยจะสามารถจัดตั้ง ‘สถานบันเทิงครบวงจร’ หรือที่คุ้นหูกันดีในชื่อ ‘คาสิโน’ แบบถูกกฎหมายได้สำเร็จหรือไม่ ในรูปแบบนี้ คาดหวังว่าภาครัฐจะกำหนดพื้นที่เฉพาะในการเปิดคาสิโน เช่น ในรูปแบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยมีการจำกัดผู้เล่นชาวไทยอย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหาสังคมให้มากที่สุด ในขณะเดียวกัน การเน้นกลุ่มลูกค้าไปที่นักท่องเที่ยวก็เป็นการสร้างกิจกรรมใหม่ๆให้กับการท่องเที่ยวไทย ที่ปัจจุบันแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เริ่มเข้าสู่ขีดจำกัดในการรองรับนักท่องเที่ยวแล้ว ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีกิจกรรมให้เลือกมากขึ้น และอาจจะช่วยให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในไทยเข้ามาพำนักนานขึ้น และมีรายจ่ายต่อหัวสูงมากขึ้น พันธุ์ธัช แสงโชติ กรรมการอำนวยการ และเลขาธิการกิตติมศักดิ์ ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “สนใจและพร้อมที่จะยื่นข้อเสนอ ซึ่งวางแผนลงทุนสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับลงทุนรีสอร์ตที่รวมถึงคาสิโน”